วันพฤหัสบดีที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2553

ความจริง กับ ความฝัน


สองคำนี้เหมือนใกล้เคียง เหมือนจะใช่ แต่ไม่ลงตัว
สองประโยคนี้มันทำให้ใครต่อใครต้องผิดหวังเสียน้ำตาเสียกำลังใจ
แต่ส่องประโยคนี้ก็อาจทำให้ใครต่อใครเหล่านั้นมีความสุขกับถ้อยคำนี้
เพราะเมื่อความฝันสามารถเดินคู่ไปกับความจริงได้ มันคงมีความสุขไม่น้อย
แต่ถ้าความฝันไม่สามารถเดินไปให้ถึงฝัน ถ้อยคำๆนี้คงปวดใจไม่น้อย
คงมีหลายคนรับได้ คงมีหลายคนตัดใจ แต่ก็คงมีอีกหลายคนที่ยังอยากจะไปให้ถึงฝัน
ถึงแม้รู้ว่ามันไม่มีวันนั้นเลย แต่มันยากเกินไป ยากเกินจะตัดใจไปกับสิ่งที่ตัวเองรักได้
ขอเป็นกำลังใจให้กับบุคคลที่กำลังตะกายเข้าหาฝัน แม้จะมีใครกีดกันสั่งห้าม
หรือสบประมาท ด้วยคำสบถต่างๆ แต่ถ้าเราใคร่ทำไม่เบียดเบียนใคร
อย่างน้อยๆความฝันในใจ ที่เคยร่ำร้องวันนี้ก็มีคนได้ยินเสียงนั้นแล้ว ถึงมันจะแผ่วเบา
แต่ว่ามันก็มีความหมาย เป็นกำลังใจให้กับนักสู้ที่ดิ้นรนตามฝันทุกคน
ไม่ว่าฝันนั้นมันจะจบลงเช่นไรอย่างน้อย เรายังได้ทำ...........
......
ฉันฝันว่า เราสองคนจะรักกันเช่นนี้ตลอดไป และได้ใช้ชีวิตร่วมกันอย่างมีความสุข แต่ก็ยังไม่รุ้ว่ามันจะเปนความจริงได้หรือเปล่า เพราะ ความจริงในตอนนี้คือ ...เรื่องของเธอกับเขา มันยังไม่จบ

เมื่อความรักเดินเข้ามา


>>>บางครั้ง ความรัก ก็เข้ามาหาเรา
>>>เพื่อให้เราเรียนรู้ มิใช่ให้เราครอบครอง
>>>>>>... ไม่ผิดหากจะ รัก คนมีเจ้าของ
>>>แต่จะผิดหากเข้าไปทำหน้าที่ซ้ำซ้อนคนอีกคน
>>>>>>...หน้าที่ของความรัก คือการเดินไปมอบความรัก
>>>และยืนเฉยๆ เพื่อรับมัน ไม่ใช่การดิ้นรนเพื่อให้ได้มา
>>>>>>...ในห้วงรัก การถูกรัก มันสุขใจ
>>>การมอบความรักมันอิ่มเอม
>>>และเมื่อได้รับการปฏิเสธ มันทรมาน
>>>>>>...ความรัก...
>>>จะเกิดขึ้นเมื่อเกิดการถ่ายเทพลังอันอ่อนโยนของ คนสองคน
>>>>>>...ความรัก มิใช่การเข้าไปเป็นชีวิตเขา
>>>แต่คือการเข้าไปอยู่ข้างๆ ชีวิตเขา
>>>>>>...คนบางคนเหมาะที่เกิดมาเพื่อให้เรารัก
>>>แต่ ไม่เหมาะที่จะร่วมชีวิตด้วย
>>>>>>...ความรัก
>>>ระยะแรกทำให้ร่างกายหลั่งสารกระตือรือร้น
>>>ทำให้มนุษย์ทำทุกอย่างให้ได้มาซึ่งความรัก
>>>>>>...แฟน ก็คือ เพื่อนคู่คิด ที่ก้าวไปด้วยกันในวันข้างหน้า
>>>>>>...ในวันที่ความรักคงที่
>>>สารกระชุ่มกระช่วยงดทำงาน
>>>สิ่งเดียวที่จะทำให้อยู่ด้วยกันได้ตลอดไป คือ
>>>ความเข้าใจ ล้วนๆ
>>>>>>...ความห่างไกล มันทรมาน
>>>เวลาเจอกันจึงหอมหวาน
>>>และเป็นความทรงจำที่เก็บไปนั่งเพ้อฝันได้ในวันจาก
>>>>>>...บุคคลไม่พึงประสงค์สำหรับทุกคู่รัก
>>>มักจะเดินทางมาโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย
>>>>>>...ผู้ชายแสดงความรักด้วยการกระทำ
>>>ขณะที่ผู้หญิงอยากรู้ว่า รัก จากคำพูด
>>>>>>ความรัก ไม่ต้องการ แค่วันเดียว
>>>ความรัก ไม่ต้องเกี่ยว กับวันไหน
>>>ความรัก ไม่ต้องมี เวลาใด
>>>ความรัก ไม่ต้องใช้ ให้ใครชี้
>>>ความรัก ไม่ต้องมี ข้อวิจารณ์
>>>ความรัก ไม่ต้องการ การกดขี่
>>>ความรัก ไม่ต้องให้ ใครตราตี
>>>ความรัก ไม่ต้องมี เส้นพรมแดน
>>>ความรัก ไม่ต้องรอ ข้อพิสูจน์
>>ความรัก ไม่ต้องพูด ตามแบบแผน
>>>ความรัก ไม่ต้องการ การตอบแทน
>>>ความรัก ไม่ต้องแค่ หัวใจคน
>>>ความรัก ไม่ต้องการ การเป็นต่อ
>>>ความรัก ไม่ต้องรอ ขอเหตุผล
>>>ความรัก ไม่ต้องย้ำ ความมีจน
>>>ความรัก ไม่ต้องทน ที่จะรัก...

วันพฤหัสบดีที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

ฮิสทีเรีย (Hysteria)


ฮิสทีเรีย (Hysteria)
เป็นชื่อเรียก ของอาการทางประสาทชนิดหนึ่ง ซึ่งผู้ที่เป็นฮิสทีเรีย จะมีอาการ เกี่ยวกับ การควบคุมอารมณ์ การควบคุมจิตสำนึก ด้านการกระทำลดลง และความกลัวต่าง ๆ โดยอาการฮิสทีเรียนั้น ถือว่าเป็นชนิดหนึ่งในประเภทของ โรควิตกกังวล* ก็ว่าได้ หรือจะเป็น โรคขาดความอบอุ่น* ก็ได้เช่นกัน

ผู้ที่เป็นฮิสทีเรีย

จะมีอาการ ยึดติดกับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับชีวิตของตน ด้วยการกระทำดีด้วยเพียงเล็กน้อยเท่านั้น อีกทั้ง ยังจะมีอาการคิดมากวิตกกังกวล อยู่ตลอดเวลา โดยส่วนมากจะเป็นความคิดประเภทที่ว่า ตนเองเป็นคนไร้ความสามารถ มีปมด้อย มีความสามารถด้อยกว่าคนอื่น ฯลฯ แต่อย่างไรก็ตาม อาการอีกอย่างนึงคือ "ความกลัว" กลัวตนเองทำผิดพลาด กลัวว่าตนเองจะถูกทิ้ง กลัวที่จะถูกหวัง กลัวที่จะเริ่มอะไรใหม่ ๆ อาการกลัวที่ได้กล่าวไป เป็นอาการกลัวอันดับต้น ๆ ของผู้ที่เป็นฮิสทีเรีย สิ่งหนึ่งที่ผู้ที่เป็นฮิสทีเรีย มักจะเป็นกันคือ การไม่รู้ตัวตนเองของตัว จึงทำให้ถ้ายึดติดกับสิ่งใด หรือใครแล้ว จะยึดติดมาก แทบจะไม่ปล่อย และไม่ฟังเหตุผลใด ๆ ทั้งสิ้น นั่นอาจรวมไปถึง พฤติกรรมการเลียนแบบ อีกด้วย

เหตุใด จึงกล่าวว่า ฮิสทีเรีย คือ โรคขาดผู้ชายไม่ได้

นั่นเป็นความเข้าใจผิด ความผิดพลาดทางภาษา ความมักง่ายในการใช้ภาษา การคิดไปเองของคนทั่ว ๆ ไป แล้วแต่ใครจะเรียก จึงทำให้ ฮิสทีเรีย กลายเป็น โรคขาดผู้ชายไม่ได้ ดังที่ได้กล่าวไปข้างต้น ผู้ที่เป็นฮิสทีเรียนั้น จะมีอาการที่เรียกว่าขาดความอบอุ่นอยู่ด้วยในตัว และธรรมชาติของมนุษย์ คือต้องการที่ยึดเหนี่ยว ต้องการที่พึ่งพิง โดยความต้องการเหล่านี้ จะเพิ่มพูนสูงขึ้นมาก กับผู้ที่เป็นฮิสทีเรีย จึงทำให้ผู้ที่มีอาการนี้ ถ้ามองอีกแง่หนึ่งอาจจะเป็นคนประเภทพึ่งตัวเองไม่ได้เลย ก็ว่าได้ และจากเหตุนี้เอง ทำให้เมื่อมีใครสักคนหนึ่งมาทำดีด้วยกับตน ก็จะเกิดความรู้สึกผูกพันธ์ขึ้นอย่างรวดเร็ว และในบางรายอาจจะเกิดอาการแสดงความเป็นเจ้าของในระดับหนึ่ง หรือถ้าผู้ที่เป็นฮิสทีเรีย โดยพื้นเป็นคนมีอารมณ์รุนแรงแล้ว การแสดงความเป็นเจ้าของก็จะรุนแรงตามไปด้วย ในบางรายอาจจะรุนแรงถึงขั้นฆ่ากันตายได้ ก็มีมาแล้ว (ของของฉัน ถ้าฉันไม่ได้คนอื่นก็อย่าหวังว่าจะได้) ในประเทศไทยส่วนใหญ่แล้ว คนทั่วไป จะคิดว่าเขาเห็นอะไร ไม่ใช่ เขาเห็นอะไร ประกอบกับความเข้าใจผิด และการได้รับข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง จึงทำให้เหมารวมว่า ฮิสทีเรีย คือโรคขาดผู้ชายไม่ได้

แล้วที่จริงแล้ว โรคขาดผู้ชายไม่ได้คืออะไรละ โรคขาดผู้ชายไม่ได้ หรือ Cassandra Complex** จะหมายถึง อาการของสตรีผู้ซึ่ง มีความต้องการทางเพศไม่สิ้นสุด หรือความต้องการความรัก ความอบอุ่น อย่างไม่สิ้นสุด จากใครสักคน โดยไม่สนว่าชายหรือหญิง และเช่นเดียวกัน อาการดังกล่าวนี้ เกิดได้เช่นเดียวกันในผู้ชาย แต่จากค่านิยมสังคม ที่เดิมผู้ชายเป็นใหญ่กว่า จึงได้ทำให้เรียกว่า "โรคขาดผู้ชายไม่ได้" ไป และภายหลัง ก็เหมารวมไปทั้งหมดในชื่อ Hysteria เนื่องจาก ความแตกต่างอันน้อยนิด ของอาการทั้งสอง

มีผู้ชายเป็นฮิสทีเรียไหม?

คำตอบคือ มี แต่ในจำนวนน้อยกว่ามาก เมื่อเทียบกับผู้หญิง ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น เพราะในโลกปัจจุบันผู้หญิงมีมากกว่าผู้ชายอยู่แล้ว และโดยธรรมชาติของเพศชาย สภาพจิตใจจะไม่หวั่นไหวง่ายเท่าเพศหญิง อีกองค์ประกอบหนึ่งที่สำคัญคือ สภาพสังคมการเลี้ยงดูตั้งแต่เด็ก ของเพศชาย และหญิงแตกต่างกัน อย่างเห็นได้ชัด โดยส่วนมาก การเลี้ยงดูของเพศหญิงจะเต็มไปด้วยการดูแลทะนุถนอมเป็นอย่างดี แต่กลับกันเพศชายการเลี้ยงดูเกือบแทบจะเป็นแบบปล่อยเลยก็ว่าได้ (โดยส่วนมาก) นั่นจึงเป็นคำตอบที่ว่า ทำไมถึงไม่ค่อยพบอาการฮิสทีเรียในผู้ชาย

การรักษา?

อย่างที่ได้บอกไปเป็นนัย ๆ แล้ว ฮิสทีเรีย ไม่ใช่โรค จึงไม่อาจมีการรักษาใด ๆ ได้ (ยกเว้น การใช้ยาบางชนิด เพื่อกระตุ้นการหลั่งสาร ที่เกี่ยวกับการควบคุมอารมณ์ แต่นั่นก็ไม่ถือว่าเป็นการรักษาอยู่ดี ถือเป็นการฝืนมากกว่า) สิ่งที่จะทำให้ได้สำหรับผู้ที่เป็นฮิสทีเรียคือ การให้คำปรึกษาที่ดี จากคนใกล้ตัวเอง หรือแม้แต่จิตแพทย์ และที่สำคัญที่สุด ความตั้งใจจริง ที่จะค้นหาตัวตนของตัวเอง

ฮิสทีเรีย ไม่ใช่สิ่งที่เป็นได้ตั้งแต่กำเนิด เพราะฉะนั้น หากมีผู้ที่เป็นฮิสทีเรีย ให้สันนิฐานเบื้องต้นไว้ได้เลยว่า ในอดีตบุคคลผู้นั้น ได้เคยมีการกระทบกระเทือนทางจิตใจอย่างรุนแรง หรือแม้แต่การขาดความอบอุ่นจากพ่อแม่ตั้งแต่เด็ก ก็เป็นสาเหตุได้เช่นกัน

ถ้าท่านมีคนที่รู้จักเป็นฮิสทีเรีย โปรดนึกไว้เถอะว่า ถึงแม้การกระทำของเขาจะน่ารำคาญ แต่สิ่งที่เขาทำมันมาจากจิตใจที่อ่อนแอของเขาเอง และได้โปรดพึงระลึกไว้เสมอว่า ฮิสทีเรีย ไม่ใช่อาการขาดผู้ชายไม่ได้ เสมอไป สำหรับผู้ที่เป็นฮิสทีเรีย คุณไม่ได้น่ารังเกียจ และไม่ได้ด้อยกว่าใครในสังคมนี้ คุณมีทุกสิ่งสมบูรณ์พร้อมเหมือนคนอื่นทุกประการ เพียงแต่สิ่งสำคัญคือ คุณจะเป็นจะต้องหาตัวตนของคุณให้เจอเท่านั้นเอง

*เป็นชื่อเรียกภาษาปาก เพราะจริง ๆ แล้วมันเป็นอาการทางด้านจิตใจ มิใช่โรค

**ชื่อตาม Cassandra ธิดาของ Priam กษัตริย์แห่ง Troy